• 9849-xxx-xxx
  • noreply@example.com
  • Tyagal, Patan, Lalitpur

รองเท้าสตั๊ด adidas ใส่เล่นฟุตบอล ต้องเลือกอย่างไร จึงจะลงตัวกับสไตล์การเล่น

รองเท้าสตั๊ด adidas ถือเป็นรองเท้า ที่เป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะมีดีไซน์ที่สวยงาม มีการออกแบบมาอย่างดี สวมใส่แล้วกระชับเท้า นุ่มสบาย และช่วยในการยึดเกาะพื้นสนาม

โดยรองเท้าสตั๊ด เป็นรองเท้าที่ออกแบบมา สำหรับการเล่นฟุตบอลโดยเฉพาะ บริเวณใต้พื้นรองเท้า จะมีปุ่มนูนขึ้นมา เพื่อช่วยให้ยึดเกาะ กับพื้นสนามได้ดี ในขณะวิ่งเล่นฟุตบอล และยังช่วยป้องกัน ไม่ให้ลื่นอีกด้วย

ซึ่งรองเท้าสตั๊ด เหมาะสำหรับการสวมใส่ บนพื้นสนามที่ไม่แข็งมาก เช่น พื้นสนามดิน และพื้นสนามหญ้า แต่ไม่เหมาะกับพื้นแข็งๆ แบบพื้นปูนซีเมนต์ พื้นยาง หรือพื้นไม้

บริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต อุปกรณ์ทางด้านกีฬา รวมทั้ง adidas เอง ได้มีการพัฒนารองเท้าสตั๊ด สำหรับเล่นฟุตบอล ให้ดีมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยมักจะผลิตรองเท้าสตั๊ด ออกมาเป็น 3 ประเภท ดังต่อไปนี้

1. ประเภท Heritage – วัสดุที่ใช้ เพื่อทำรองเท้าสตั๊ดประเภทนี้ มักทำมาจากหนังแท้ เมื่อสวมใส่แล้ว จะรู้สึกนุ่มสบาย และกระชับเท้า เป็นอย่างมาก

2. ประเภท Power – เป็นรองเท้า ที่ทำจากหนังแท้ หรือหนังสังเคราะห์ และมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ จึงไม่ค่อยเหมาะ กับผู้เล่นฝั่งปีก ที่ต้องใช้ความเร็วสูง

3. ประเภท Speed – เป็นประเภท ที่มีน้ำหนักเบา เพราะใช้วัสดุ หนังสังเคราะห์ ที่มีลักษณะเบา ในการผลิต รองเท้าประเภทนี้ จึงเหมาะกับการวิ่ง และการใช้ความเร็วในสนาม เป็นอย่างมาก

รองเท้าสตั๊ด adidas ใส่เล่นฟุตบอล ต้องเลือกอย่างไร?

1. ต้องเลือกไซส์ ของรองเท้าสตั๊ด ให้เหมาะกับขนาดเท้า และเข้ากับรูปเท้า ให้มากที่สุด

ควรเลือกรองเท้า โดยเผื่อบริเวณปลายเท้า ให้เหลือพื้นที่ ประมาณ 5 มม. เพื่อให้เกิดความสบาย ขณะสวมใส่ และขณะเคลื่อนไหว เพราะหากเลือกไซส์ที่ไม่เหมาะ หรือใส่แล้วบีบรัดเท้า จนใส่เล่นไม่ไหว หรือเหลือพื้นที่ว่าง ที่ปลายรองเท้าเยอะ จนเตะไม่ถนัด ก็จะทำให้เล่นได้ไม่คล่องตัว และอาจนำไปสู่ การบาดเจ็บได้

2. ต้องเลือกรองเท้าสตั๊ด คู่ที่มีน้ำหนัก ที่เหมาะสม

เรื่องน้ำหนักของรองเท้าสตั๊ด เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เป็นอย่างมาก ซึ่งความเข้าใจที่ว่า ‘รองเท้าที่มีน้ำหนักเบา คือรองเท้าที่ดี’ ไม่ใช่ความเข้าใจ ที่ถูกต้องไปทั้งหมด เพราะรองเท้าที่มีน้ำหนักเบา มักมีวัสดุที่บางกว่า และมีความทนทานน้อยกว่า แต่รองเท้าที่มีน้ำหนักเบา ก็ช่วยให้สวมใส่สบาย และช่วยให้เคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น การเลือกรองเท้าสตั๊ด ที่ดีที่สุดนั้น ควรเลือกรองเท้า คู่ที่ลองใส่แล้ว มีน้ำหนักกำลังพอดี มีวัสดุแข็งแรงทนทาน และสามารถเคลื่อนไหว ได้อย่างคล่องตัว

3. ต้องเลือกจาก วัสดุที่ใช้ทำส่วน Upper ของรองเท้าสตั๊ด

ส่วน Upper คือ ส่วนที่ห่อหุ้มรองเท้าสตั๊ด บริเวณด้านบนเอาไว้ มักทำมาจากหนังแท้ หรือวัสดุสังเคราะห์ ซึ่งก็มีข้อดี และข้อเสีย ที่แตกต่างกันออกไป

รองเท้าสตั๊ดที่ทำจาก ‘หนังแท้’ จะมีจุดเด่นคือ ความนิ่ม ความยืดหยุ่น และความกระชับเท้า แต่ก็มีจุดด้อยคือ มีราคาแพงกว่า มีความทนทานน้อยกว่า และมีอายุการใช้งานน้อยกว่า

ส่วนรองเท้าสตั๊ด ที่ทำจาก ‘หนังเทียม’ หรือ ‘วัสดุสังเคราะห์’ จะมีความนิ่ม และยืดหยุ่นไม่มาก รวมทั้งกระชับรูปเท้า ได้ไม่ดีเท่ากับหนังแท้ แต่จะมีราคาที่ถูกกว่า มีความทนทาน และมีอายุการใช้งาน ที่ยาวนานกว่าหนังแท้ ทั้งนี้ ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ก็ได้พัฒนารองเท้าสตั๊ด ที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ หรือหนังเทียม ให้มีความนุ่ม และกระชับเท้าได้ดีมากขึ้นแล้ว

4. ต้องเลือกพื้นรองเท้าสตั๊ด ให้เหมาะกับพื้นสนาม ที่จะเล่น

  • กรณีเล่นฟุตบอลที่ ‘พื้นสนามหญ้าแท้’ ควรเลือกรองเท้าสตั๊ด ที่มีพื้นรองเท้าแบบ FG, HG, และ SG ดังนี้

FG (Firm Ground) เหมาะกับ สนามหญ้าจริงชั้นดี ที่มีพื้นดินนุ่มพอเหมาะ

SG (Soft Ground) เหมาะกับ สนามหญ้าจริง ที่มีพื้นดินนุ่มกว่าปกติ จนกึ่งๆ จะเละเป็นโคลน

HG (Hard Ground) เหมาะกับ สนามหญ้าจริง ที่มีพื้นดินค่อนข้างแข็ง ซึ่งมักพบได้ในสนามหญ้า ของประเทศแถบเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยเราด้วย

  • กรณีเล่นฟุตบอลที่ ‘พื้นสนามหญ้าเทียม’ ควรเลือกรองเท้าสตั๊ด ที่มีพื้นรองเท้าแบบ AG และ TF ดังนี้

AG (Artificial Grass) เหมาะกับ พื้นหญ้าเทียมแบบใหม่ ที่เป็นหญ้าพลาสติก บนพื้นที่ประกอบด้วยเม็ดยางจำนวนมาก เพราะมีความนิ่มมากกว่า พื้นหญ้าเทียมแบบเก่า ที่เป็นพรมสั้นๆ

TF (Turf) เหมาะกับ พื้นหญ้าเทียมแบบเก่า เพราะเป็นรองเท้าที่มีปุ่มเยอะมาก จนหลายคนเรียกว่า ‘รองเท้าร้อยปุ่ม’ ซึ่งปุ่มเหล่านี้ ทำหน้าที่ในการรองรับ และกระจายน้ำหนัก จึงช่วยลดอาการบาดเจ็บ จากพื้นสนามหญ้าเทียมแบบเก่า ที่ค่อนข้างแข็ง ได้อย่างดีมาก